ทำอย่างไรไม่ให้ AI แย่งงาน

“AI จะแย่งงานไหม” หรือ “สักวัน AI จะเข้ามาทำงานนี้แทนไหม” อาจจะเป็นคำถามที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งกับใครหลาย ๆ คน แม้ว่าจะมีคำอธิบายมากมายจากหลายแหล่งเกี่ยวกับ AI ทางการแพทย์ว่า การทำงานของ AI จะเพิ่มประสิทธิภาพได้มากที่สุดก็ต่อเมื่อนำมาประยุกต์ใช้โดยบุคลากรทางการแพทย์ แต่ผู้คนส่วนใหญ่ก็ยังวิตกกังวลว่าปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์หรือ AI จะมาแย่งงานเราหรือไม่ ซึ่งความกังวลเหล่านี้จะจางหายไป หากเรารู้และเข้าใจว่าแท้จริงแล้ว AI ทำงานร่วมกับแพทย์ได้อย่างไรบ้าง ดังนั้นเราลองมาทำความเข้าใจการทำงานของ AI ในอุตสาหกรรม Healthcare เพื่อเรียนรู้ว่าหัวใจสำคัญของ AI ทางการแพทย์ในแต่ละส่วนนั้นช่วยอะไรและมีเรื่องใดที่มนุษย์ควรเรียนรู้เพื่อปรับตัวก่อนที่จะนำ AI มาใช้ในองค์กร

 

เรียนรู้วิธีใช้ปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์เพื่อการจัดการองค์กร

หากติดตามข่าวสารและข้อมูลเกี่ยวกับ AI ทางการแพทย์ หลายคนมักจะเคยได้ยินว่า AI นั้นฉลาดล้ำจนถึงขั้นที่มีการใช้ AI วินิจฉัยโรคเลยก็ว่าได้ แต่จากการสำรวจของ OLIVE ผู้ให้บริการ AI ทางการแพทย์แห่งหนึ่งพบว่า หลังจากที่มีนำระบบ AI เข้ามาใช้การทำงาน กระบวนการต่างๆ ก็มีความเป็นอัตโนมัติมากยิ่งขึ้น โดยปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ช่วยในการตรวจสอบคุณสมบัติและกระบวนการในการขออนุญาตได้โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้การที่ AI สามารถประมวลข้อมูลได้รวดเร็ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการเรียกเก็บเงินจากลูกค้าด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่น การใช้ AI เข้าสู่ระบบ EMR เพื่อตรวจสอบข้อมูลการใช้ประกันภัยและตรวจสอบผลประโยชน์อย่างรวดเร็วและแม่นยำที่ ช่วยทำให้พนักงานสามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น อีกตัวอย่างจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งพบว่า หลังจากเริ่มใช้ AI ในการบริหารจัดการ ผลปรากฏว่าอัตราการเก็บเงินล่าช้าลดลงถึง 30% เลยทีเดียว

 

นำ AI วินิจฉัยโรคมาช่วยเพื่อการรักษาที่ดีขึ้น

การวินิจฉัยที่แม่นยำเป็นพื้นฐานของระบบการรักษาพยาบาลทั่วโลก ยิ่งการวินิจฉัยได้แม่นยำและรวดเร็วเท่าไหร่ โอกาสในการรักษาก็จะเพิ่มขึ้นเท่านั้น จากข้อมูลของ SMA (Southern Medical Association, USA) พบว่าในสหรัฐอเมริกาจะมีผู้ป่วยนอกประมาณ 5% ที่ได้รับการวินิจฉัยที่ไม่ถูกต้อง โดยในบางกรณีอาจจะเกิดข้อผิดพลาด แต่ความผิดพลาดนั้นคงไม่แย่เท่ากับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นต่อผู้ป่วย ดังนั้น AI วินิจฉัยโรคจึงเริ่มเข้ามามีบทบาทในหลายโรงพยาบาล จากข้อมูลของ Nature Communications โดย Dr.Jonathan Richens ได้อธิบายความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ไว้ว่า ปัจจุบันมีการปรับแต่งโดยเพิ่มความสามารถในการจินตนาการถึงทางเลือกและความเป็นจริงให้กับ AI ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ AI สามารถประมวลผลได้ดียิ่งขึ้น เช่น AI จะสามารถวิเคราะห์ว่าจะมีอาการนี้หรือไม่หากเป็นโรคอื่น โดยปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ได้คะแนนมากกว่า 70% สำหรับการทดสอบนี้ ด้วยประสิทธิผลต่างๆ เหล่านี้ถือเป็นตัวช่วยในการยกระดับระบบการดูแลสุขภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิมได้

 

AI ทำงานร่วมกับแพทย์เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริหารข้อมูล

เป็นที่ทราบกันดีว่าบันทึกของแพทย์ รวมถึงประวัติและรายละเอียดต่างๆ ของผู้ป่วยในแต่ละวันนั้นมีปริมาณมหาศาล แต่จากข้อมูลของ AMA (American Medical Association) พบว่าโซลูชั่น AI สามารถช่วยให้แพทย์ทำงานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยจากการศึกษาที่โรงพยาบาล New York – Presbyterian พบว่ามีการใช้ AI เข้ามาช่วยในการทำงาน ผลลัพธ์ก็คือ แพทย์สามารถเข้าถึงและเข้าใจประวัติด้านสุขภาพของผู้ป่วยได้รวดเร็วขึ้น โดยโครงการนำร่องนี้มีผู้ใช้งานมากถึง 10,000 รายต่อเดือนในช่วงเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ดอกเตอร์ Noémie Elhadad (PhD) รองศาสตราจารย์ด้านสารสนเทศชีวการแพทย์ ซึ่งเป็นสมาชิก Computer Science and the Data Science Institute ที่มหาวิทยาลัย Columbia ได้อธิบายผลจากการทดสอบว่า สำหรับโครงการนี้ถือว่าแพทย์จากแผนกฉุกเฉินได้ใช้งานระบบ AI อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะระบบสามารถเพิ่มความคล่องตัวและมอบความรวดเร็วให้กับหน้างานที่มีความเร่งด่วนอย่างแผนกฉุกเฉินได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าหากเราเรียนรู้ที่จะใช้ AI ให้เหมาะสม AI จะกลายเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากที่สุดในสถานการณ์ที่มีเวลาอันจำกัด

 

ใช้งาน AI เพื่อทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงแพทย์ได้ง่ายขึ้น

แม้ว่าคนไข้จะสามารถเดินทางมาโรงพยาบาลเพื่อรอพบแพทย์ได้เอง แต่บริบทของการใช้ชีวิตในช่วง Covid-19 ทำให้หลายอย่างเปลี่ยนไป ทางเลือกอีกทางจากการใช้ AI เข้าช่วยก็คือ การให้คำปรึกษาคนไข้ผ่านทางออนไลน์ ตัวอย่างเช่น ผู้ให้บริการระบบ AI อย่าง Babylon Health ได้เปิดตัวแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยช่วยเสริมการให้บริการของ Healthtech GP at Hand ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยโซลูชั่น AI จะทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการปรึกษาแพทย์ทางโทรศัพท์หรือวิดีโอได้อย่างรวดเร็วตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากจะอำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วยแล้ว ระบบยังมีการสร้างนัดหมายแบบดิจิทัล ซึ่งช่วยให้แพทย์ทำงานได้สะดวกและมีเวลาในการช่วยเหลือผู้ป่วยจำนวนมากขึ้น

หลายครั้งหลายหนที่สื่อหรือการพาดหัวข่าวอย่างเกินจริงทำให้ผู้คนต่างตื่นตระหนกว่า AI จะเข้ามามีบทบาทและแย่งงานในหลายสาขาอาชีพ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์นับเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ดังนั้นหนทางในการปรับตัวเพื่อที่จะอยู่ร่วมและใช้งานเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุดคือการทำความเข้าใจในพื้นฐานของเทคโนโลยี AI ทางการแพทย์ รวมถึงหมั่นอัปเดตเทคโนโลยี AI ที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เรารู้ว่าจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อคนไข้และองค์กรได้อย่างไรบ้าง

 

ที่มา

11 operational applications for healthcare AI
4 ways health care AI could help physicians’ work
A short guide for medical professionals in the era of artificial intelligence
Artificial Intelligence in Medical Diagnosis
How Babylon Health is using AI to provide online healthcare services

Facebook
Twitter
LinkedIn

Related Resources

Radiologists are at the forefront of the medical AI revolution, and for good reason. This blog dives into the key takeaways from a seminar led by Dr. Kewalin Rangsinaporn, MD, Radiologist and Director of Health Design Center at Bangkok Hospital Headquarters
งานประชุมสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.) สัญจร ครั้งที่ 3/2567 ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้ร่วมงานกว่า 600 ท่าน ทั้งคณะปลัดกระทรวงฯ รองปลัดกระทรวงฯ ผู้ตรวจการ ผู้บริหาร และผู้ทรงคุณวุฒิ ด้วยการนำเสนอนวัตกรรมการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในโรงพยาบาลเพื่อยกระดับการวินิจฉัยโรคและการบริการทางการแพทย์ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของจังหวัดในการปฏิวัติระบบสาธารณสุขด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย
What Makes Good AI in Medical Imaging? At Perceptra, we believe an effective AI solution goes beyond just the algorithm. Here's our perspective on the characteristics of good AI in medical imaging.