AI เทคโนโลยีที่ช่วยให้เรามองเห็นโรคปอดในได้เร็วขึ้น

การตรวจเจอเร็ว คือกุญแจสำคัญของการรักษาให้หายและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ปัจจุบันประเทศไทยได้มีการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยเข้ามใช้งาน ไม่เพียงแต่การวิเคราะห์โรค แต่เริ่มตั้งการการถ่ายภาพ ไปจนถึงการรักษา เพื่อเพิ่มโอกาสในการพบโรคในระยะเริ่มต้นและทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที

มะเร็งปอด ภัยเงียบที่คนไทยยังเผชิญอยู่

มะเร็งปอดยังเป็นหนึ่งในโรคที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตมากที่สุด มีผู้เฉลี่ยรายใหม่ 20,665 คน/ปี  และมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ย 41 คนต่อวัน สิ่งที่ทำให้โรคนี้อันตรายไม่ใช่แค่ความรุนแรงของตัวโรค แต่เพราะ ส่วนใหญ่ถูกพบในระยะลุกลาม ซึ่งตัวเลือกการรักษามีน้อยลง และมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น

ทำไมเอกซเรย์ปอด+AI ถึงสำคัญต่อการตรวจเจอให้เร็ว?

เอกซเรย์ปอด การคัดกรองที่เข้าถึงได้ทั่วประเทศแต่ยังมีข้อจำกัด

แม้ว่าการถ่ายภาพเอกซเรยคอมพิวเตอร์แบบรังสีต่ำ (Low dose CT) จะถือเป็นมาตรฐานหลักที่ได้รับการยอมรับในการคัดกรองมะเร็งปอด แต่ก็ยังมีข้อจำกัดเรื่องการเข้าถึงและค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการถ่ายเอกซเรย์ปอดทั่วไป อีกทั้งคนทั่วไปก็อาจมีความเสี่ยงได้ โดยเฉพาะผู้หญิงเอเชียอาจมีความเสี่ยงด้วยปัจจัยที่เลี่ยงไม่ได้แม้ไม่ได้สูบบุหรี่ หรือมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งปอด วิธีคัดกรองความผิดปกติที่ใช้กันอย่างแพร่หลายจึงยังคงเป็นการถ่ายภาพเอกซเรย์ปอด ซึ่งสามารถทำได้รวดเร็วและเข้าถึงได้แทบทุกระดับบริการ หรือแม้จะไม่ได้ถูกระบุว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง

อย่างไรก็ตาม การอ่านภาพเอกซเรย์มีข้อจำกัดบางประการ เพราะเป็นภาพสองมิติที่ไม่สามารถเห็นรายละเอียดเหมือนภาพสามมิติ จึงต้องอาศัยทั้ง ประสบการณ์และความละเอียดในการสังเกต โดยเฉพาะรอยโรคระยะแรกที่มีขนาดเล็กหรือกลมกลืนกับเงาปอดปกติ นอกจากนี้ ในวันที่โรงพยาบาลมีผู้ป่วยจำนวนมาก แพทย์ต้องอ่านภาพหลายร้อยเคสภายในเวลาจำกัด การมองข้ามสัญญาณเล็ก ๆ จึงเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้

นี่คือจุดที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญ เทคโนโลยี AI สามารถวิเคราะห์ภาพเอกซเรย์จำนวนมากได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ช่วยชี้จุดที่อาจเป็นความผิดปกติเล็ก ๆ ที่สายตามนุษย์อาจมองไม่เห็น ทำให้แพทย์สามารถตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะแรกและวางแผนการรักษาได้ทันเวลา การทำงานร่วมกันระหว่างแพทย์และ AI จึงช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลดโอกาสพลาด และมอบโอกาสรักษาหายพร้อมคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าให้กับผู้ป่วย

AI ช่วยให้การตรวจเจอโรคเร็วขึ้นได้อย่างไร?

การตรวจคัดกรอง มะเร็งปอด และความผิดปกติอื่น ๆ ในปอดด้วยภาพเอกซเรย์นั้นมีความท้าทาย เพราะรอยโรคเล็ก ๆ อาจซ่อนอยู่ในเงาปอดหรือคล้ายกับเนื้อเยื่อปกติ Inspectra CXR ระบบ AI สำหรับภาพเอกซเรย์ทรวงอก ถูกพัฒนามาเพื่อช่วยแพทย์ตรวจจับความผิดปกติเหล่านี้ เช่น ก้อนในปอดที่อาจเป็นสัญญาณของมะเร็งระยะแรก ฝ้าในปอดที่บ่งบอกถึงการติดเชื้อหรือการอักเสบ และหัวใจที่มีขนาดโตผิดปกติซึ่งอาจสะท้อนโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ

การทำงานของ AI วิเคราะห์ภาพเอกซเรย์ปอด

AI ทำงานโดยเรียนรู้จากภาพเอกซเรย์จำนวนมหาศาล จดจำรูปแบบและความแตกต่างซ้ำ ๆ ในภาพหลายล้านใบ ทำให้สามารถชี้จุดที่อาจเป็นความผิดปกติได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว

ข้อได้เปรียบสำคัญคือ AI สามารถช่วยตรวจภาพจำนวนมากต่อเนื่องโดยไม่เหนื่อยล้า และช่วยให้แพทย์ตรวจพบรอยโรคขนาดเล็กตั้งแต่ระยะแรก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การรักษามีโอกาสประสบผลสำเร็จสูงสุด

AI ที่พัฒนาและใช้งานในประเทศไทย ได้เรียนรู้จากภาพเอกซเรย์ปอดของคนไทยและประชากรเอเชีย ทำให้ระบบเข้าใจรูปแบบรอยโรคที่พบบ่อยในกลุ่มประชากรเอเชียได้แม่นยำยิ่งขึ้น และสามารถระบุความผิดปกติได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสมกับผู้ป่วยท้องถิ่น

ปัจจุบัน โรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศไทยกว่า 200 แห่งได้นำ AI มาช่วยวิเคราะห์ภาพเอกซเรย์ปอด ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มโอกาสในการตรวจพบ มะเร็งปอด และความผิดปกติอื่น ๆ ได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ AI จะวิเคราะห์ภาพได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ แต่ยังมีข้อจำกัดและ ไม่สามารถทำงานแทนแพทย์ได้ เพราะ AI เห็นเพียงภาพเท่านั้น จึงไม่สามารถประเมินบริบทผู้ป่วย ตัดสินใจทางคลินิก หรือแปลผลได้เหมือนแพทย์ การใช้งาน AI จึงต้องมี แพทย์เป็นผู้ใช้งานหลัก เพื่อให้การตีความผลลัพธ์และการวางแผนรักษาเป็นไปอย่างถูกต้อง

การทำงานร่วมกันระหว่างแพทย์และ AI การคัดกรองมะเร็งปอดและรอยโรคปอดอื่น ๆ จึงมีความแม่นยำและรวดเร็วมากขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสตรวจพบโรคในระยะแรก และมอบโอกาสรักษาหายพร้อมคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าให้ผู้ป่วย

ยิ่งตรวจเจอเร็ว ยิ่งรักษาได้ดีกว่า

ข้อมูลจาก Oncodaily ระบุว่าผู้ป่วยมะเร็งปอดมีอัตราการรอดชีวิต 5 สูงถึง 90% เมื่อพบและรักษาในระยะแรก แต่จะลดลงเหลือเพียง 24% เมื่อพบในระยะท้าย ๆ การตรวจเจอเร็วจึงไม่ใช่แค่ช่วยให้มีชีวิตรอด แต่ช่วยให้มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิ อย่างไรก็ความท้าทายของมะเร็งปอดคือความเงียบและไม่แสดงอาการในระยะแรก ทำให้หลายคนไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังมีความเสี่ยง ส่งผลให้ผู้ป่วยไปพบแพทย์เมื่ออยู่ในระยะลุกลาม

  • มะเร็งปอดระยะแรกสามารถผ่าตัดได้
  • โอกาสกลับมาใช้ชีวิตปกติได้สูง
  • ลดการใช้ยาที่มีผลข้างเคียงมาก
  • ลดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาการรักษา

และเมื่อ AI เข้ามาช่วยในกระบวนการคัดกรอง ทำให้เรามี โอกาสเจอโรคได้ตั้งแต่ยังเริ่มต้น ก่อนที่โรคร้ายนี้จะพัฒนาไปเป็นปัญหาที่หนักกว่าและรักษายากกว่าเดิม

เทคโนโลยีที่ดีขึ้น เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

สุดท้ายนี้ AI บนภาพเอกซเรย์ทรวงอกไม่ใช่เทคโนโลยีสำหรับอนาคต แต่เป็นเครื่องมือที่เข้ามาช่วยโรงพยาบาลไทยแล้วในวันนี้ ช่วยเพิ่มโอกาสในการพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้จริงตั้งแต่ต้นทางของการดูแล อย่าลืมหมั่นดูแลสุขภาพและไปตรวจสุขภาพประจำปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

ที่มา

Facebook
Twitter
LinkedIn

Related Resources

เพอเซ็ปทราเข้าร่วมกิจกรรม Find Your Personal PINK จัดโดยศูนย์จีโนมิกส์ศิริราช ร่วมกับแอสตร้าเซนเนก้าและพันธมิตร เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการตรวจคัดกรองและรักษา มะเร็งเต้านม ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ช่วยเพิ่มโอกาสตรวจเจอใน ระยะเริ่มต้น
เมื่อวันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัท เพอเซ็ปทรา จำกัด ได้จัดงานสัมมนาวิชาการภายใต้หัวข้อ AI for Mammography in Practice – Synergizing AI and Human for Better Breast Cancer Detection เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ภาพแมมโมแกรม (Mammogram) ร่วมกับการวินิจฉัยของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในบริบทของประเทศไทย
เพอเซ็ปทราได้ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และศูนย์ถันยรักษ์ พัฒนา "Inspectra MMG" ระบบ AI วิเคราะห์ภาพแมมโมแกรมที่ออกแบบมาเพื่อคนเอเชียโดยเฉพาะ